
ความใฝ่ฝันของใครหลายๆคนที่อยากจะเป็นนักกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำงานในด้านพนักงานราชการ นิติกร ทนายความ ต่างจะต้องได้รับการศึกษาในชั้นปริญญาตรีนิติศาสตร์เท่านั้น ในจุดสูงสุดของการเป็นนักกฎหมายก็คือการได้เป็นผู้พิพากษาหรือพนักงานอัยการ จึงจะต้องมีเส้นทางในการไปถึงอาชีพนักกฎหมายที่ต้องผ่านทั้งบททดสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ รวมถึงอายุการทำงาน ต้องบอกเลยว่าในเส้นทางอาชีพนี้จะต้องมีการแข่งขันที่สูงมาก การที่จะต้องมีความจำที่เป็นเลิศ เข้าใจตัวบทกฎหมายเป็นอย่างดี
การศึกษาระดับปริญญาตรี
ซึ่งจะต้องได้รับการศึกษาในระดับอุดมศึกษาหรือปริญญาตรีในด้านนิติศาสตร์เท่านั้น ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องจบจากมหาวิทยาลัยใด เพื่อใช้วุฒิการศึกษาในการเข้าเรียนต่อในระดับถัดไปคือเนติ และอบรมสภาทนายความเพื่อได้รับจดทะเบียนเป็นทนายความ ในส่วนของการเรียนระดับปริญญาตรีด้านนิติศาสตร์ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการเรียนส่วนใหญ่ 4 ปี หลังจากนั้นใช้เวลาอบรมสภาทนายความ 2 ปี ส่วนในระดับเนติ ใช้ระยะเวลา 1 ปี
การเป็นผู้พิพากษา
เส้นทางในการเป็นผู้พิพากษา หรือพนักงานอัยการ ในส่วนของวุฒิการศึกษา ม.ปลายไม่ได้จำกัด ส่วนวุฒิการศึกษาปริญญาตรีนั้นจะต้องเป็นนิติศาสตร์เท่านั้น จากนั้นต้องสอบความรู้ชั้นเนติบัณฑิต และอบรมหลักสูตรสำนักอบรมกฎหมายเนติบัณฑิตยสภา ผู้มีสิทธิ์เข้าสอบจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และเงื่อนไขสำคัญคือจะต้องทำคดี ในภาคปฏิบัติไม่น้อยกว่า 20 เรื่อง ซึ่งส่วนสำคัญของการเป็นผู้พิพากษาจะอยู่ที่ความรู้ความสามารถความขยันหมั่นเพียรและต้องมีใจรักในด้านความถูกต้อง
อาชีพที่ต้องใช้กฎหมายเป็นหลัก
อาชีพเหล่านี้จะต้องคลุกคลีอยู่กับกฎหมายเป็นชีวิตประจำวัน ในการให้บริการความถูกต้องรวมไปถึงการดูแลความสงบสุขและความเรียบร้อยจะทำอันดีของประชาชน ซึ่งจะต้องมีจรรยาบรรณของนักกฎหมายอยู่ก็คือความยุติธรรมและความถูกต้อง เป็นผู้มีอำนาจและหน้าที่ในทางกฎหมายโดยชอบธรรม ซึ่งเป็นอาชีพที่ใครหลายคนก็ต่างไปฝัน
- อาชีพทนายความ มีหน้าที่ขึ้นว่าความให้แก่ลูกความ ซึ่งจะต้องมีความแม่นยำในตัวบทของกฎหมายและการแก้ต่างให้ลูกความชนะคดี
- ตำรวจ มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินคดี และปราบปรามผู้ร้าย โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย
- ผู้พิพากษา มีหน้าที่ดำเนินการคำร้อง สืบค้นข้อเท็จจริงทั้งในคดีอาญาและคดีแพ่งโดยใช้กระบวนการพิจารณาคดีอย่างยุติธรรม และตัดสินคดี
ยังมีอีกหลายอาชีพที่ต้องคลุกคลีอยู่กับตัวบทของกฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับชีวิตประจำวันของทุกคนบนโลกใบนี้ หากไร้ซึ่งกฎหมายจะทำให้เกิดการละเมิดสิทธิเสรีภาพ สร้างความเดือดร้อนทำให้ไม่สงบสุขในศีลธรรมอันดีงามของประชาชน ดังนั้นทุกคนจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายซึ่งก็ไม่เว้นแม้แต่พระมหากษัตริย์ จะต้องปฏิบัติตนให้ถูกต้องอย่างเคร่งครัด
