เรื่องเกี่ยวกับที่ดินเป็นกฎหมายอสังหาริมทรัพย์ หรือเรียกว่าทรัพย์สิน ที่เกิดข้อพิพาทอยู่เป็นประจำ มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่จะทำให้เข้าครอบครองแผ่นดินผืนนั้นได้อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งผู้ที่จะเข้าครอบครองที่ดินของผู้อื่นนั้นจะต้องทำโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น จึงจำเป็นที่จะต้องศึกษาข้อมูลในเรื่องครอบปรปักษ์อย่างละเอียด มิเช่นนั้นจะเป็นการบุกรุกพื้นที่ได้ซึ่งมีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยโรมัน เพราะสมัยก่อนมีการซื้อขายที่ดินโดยไม่ถูกต้อง เมื่อผู้ซื้อที่ดินมีการครอบครองที่ดินผืนนั้นแล้วปฏิบัติครบตามหลักเกณฑ์จึงมีกรรมสิทธิ์โดยชอบด้วยกฎหมาย
ความรู้เกี่ยวกับการครอบครองปรปักษ์
ทรัพย์นั้นจะต้องเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือที่ดิน ที่มีผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์ ดังเช่น โฉนดตราจอง โฉนด เอกสารกรรมสิทธิ์ โดยหากอสังหาริมทรัพย์ผืนนั้น เป็นแค่สิทธิครอบครอง น.ส.3 น.ส.3 ก. หนังสือสำหรับรับรองในการทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ค.1 ใบแจ้งการเข้าครอบครองที่ดิน หรือที่ดินเปล่านั้น จะไม่สามารถเข้าครอบครองปรปักษ์ได้ถึงแม้จะปฏิบัติตามรูปแบบของกฎหมายก็ตาม มิอาจที่จะเข้าครอบครองผืนดินนั้นได้
การแสดงตัวเข้าครอบครองปรปักษ์
เมื่อบุคคลทำตามเงื่อนไขของรูปแบบกฎหมายแล้ว จึงเข้าแสดงตัวจดทะเบียนครอบครองปรปักษ์ โดยจะต้องใช้หลักฐานต่าง ๆเพื่อยืนยันตัวตนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ คือ 1.คำพิพากษา หรือคำสั่งอันถึงที่สุด แสดงตัวตนว่าได้ขอกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองทรัพย์ตามระยะเวลาที่กำหนด 2.บัตรประจำตัวประชาชน 3.โฉนดที่ดินฉบับเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน 4.สำเนาทะเบียนบ้าน หากไม่มีโฉนดที่ดิน เจ้าพนักงานจะถือว่าโฉนดหาย และออกฉบับใหม่ให้แทน โฉนดที่ดินเดิมจะถือว่าใช้งานไม่ได้แล้ว
หลักเกณฑ์ในการเข้าครอบครองปรปักษ์
ความหมายโดยรวมก็คือการแย่งกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองตามแบบของกฎหมายซึ่งจะมีได้ทั้งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์กล่าวคือที่ดิน ซึ่งการทำกฎเกณฑ์ในแบบของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 โดยมีทั้งหมด 3 กรณี จึงจะถือว่าได้ทำตามแบบครบและจะได้สิทธิ์ครอบครองที่ดินผืนนั้นอย่างถูกต้อง
- ต้องเป็นที่ดินมีโฉนดของผู้อื่น มีกรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่ดิน
- ครอบครองโดยสงบ เปิดเผย มีเจตนาที่จะเป็นเจ้าของที่ดินผืนนั้น
- ต้องครอบครองเป็นระยะเวลาติดต่อกัน 10 ปี ในกรณีอสังหาริมทรัพย์ และ 5 ปี ในกรณีสังหาริมทรัพย์
แต่หากกรณีที่ครอบครองปรปักษ์ไประยะหนึ่งแล้วเจ้าของที่ดินได้แสดงตัวต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่จะถือว่าการครอบครองปรปักษ์นั้นเป็นโมฆะทันที และต้องเริ่มการนับเวลาใหม่ หากไม่ทำตามแบบของที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจนจะถือว่าเป็นผู้บุกรุกที่ดินทันที ซึ่งก็มีผู้รณรงค์ให้แก้ไขกฎหมายครอบครองปรปักษ์ให้มีความชัดเจนและครอบคลุมช่องโหว่ของกฎหมายอย่างถี่ถ้วน
