มาทำความรู้จักกับอีกหนึ่งประเภทกฎหมายที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยกันดีกว่า กฎหมายที่เราอยากมาแนะนำและบอกให้รู้กันในวันนี้คือกฎหมายที่เกี่ยวกับยาเสพติด
หมวดหมู่ยาเสพติดในประเทศไทย
การจัดอันดับหมวดหมู่ยาเสพติดในประเทศไทย ขึ้นอยู่กับความแรงและชนิดของยาเสพติดนั้น ๆ
- I – เฮโรอีน แอมเฟตามีน (อีโค) เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า และไอซ์)
- II – มอร์ฟีน โคเคน คีตามีน โคเดอีน ฝิ่นและยาฝิ่น เมทาโดน
- III – ยารักษาโรคที่มีส่วนผสมประเภท II ตามกฎหมาย
- IV – สารเคมีที่ใช้ทำยาเสพติดให้โทษประเภท I และ II เช่น แอนไฮไดรด์และอะเซทิลคลอไรด์
- V – กัญชา พืชกระท่อม เห็ดหลอนประสาท
การครอบครอง และเสพยาเสพติดในประเทศไทย
คดีครอบครองยาเสพติด 4 อันดับแรกของประเทศไทยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดดังต่อไปนี้ ยาบ้า กัญชาแห้ง ไอซ์ ฝิ่นดิบ คดีครอบครองยาบ้า ซึ่งเป็นเมทแอมเฟตามีนยอดนิยมมีมากกว่าคดีอื่น ๆ โดยในปี พ.ศ. 2551 มีข้อกล่าวหาว่ามียาบ้าไว้ในครอบครองถึง 30,031 คดี เนื่องจากยาบ้าเป็นเมทแอมเฟตามีน หากคุณถูกจับได้ว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพเองหรือสารเสพติดประเภทที่ 1 คุณอาจเสี่ยงติดคุกหนึ่ง 1 – 10 ปี และ/หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หากคุณถูกจับได้ว่ามียาบ้ามากกว่า 20 กรัม (หรือยาเสพติดประเภทอื่น เช่น ยาไอซ์หรือยาอี) คุณจะมีสิทธิ์ได้รับโทษ “เจตนาขาย” ซึ่งโทษหนักที่สุดคือประหารชีวิต
กัญชาและเฮโรอีน มักจะพบในกลุ่มนักท่องเที่ยวแบ็คแพ็ค
ในขณะที่ยาบ้าเป็นยาเสพติดที่คนไทยเสพและขายกันทั่วไป แต่กัญชาและเฮโรอีนมักจะพบในกลุ่มนักท่องเที่ยวแบ็คแพ็คและนักท่องเที่ยวที่มาจากต่างประเทศ ได้แก่ เฮโรอีน เช่น ยาบ้า เป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 และมีโทษดังกล่าวข้างต้น การครอบครองกัญชาเพื่อใช้ส่วนตัว หรือเจตนาขายไม่มีโทษประหารชีวิต อย่างไรก็ตาม หากคุณมีกัญชาไม่เกิน 10 กิโลกรัม (หรือยาเสพติดประเภท V อื่น ๆ ) ไว้ในครอบครอง คุณต้องรับโทษจากการใช้ยา ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และ/หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท
โคเคนยังเป็นยาเสพติดที่มักเข้ามากับนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 เช่น โคเคนและยาเคตามีนและโคเดอีนที่ลักลอบนำเข้า ถือเป็นการใช้ส่วนตัวโดยผิดกฎหมายในปริมาณไม่เกิน 100 กรัม และมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และ/หรือไม่เกิน 1 แสนบาท และนี่ก็คือความรู้ที่เกี่ยวกับยาเสพติด ที่แสนอันตราย
