จริงอยู่ว่าการเก็บเงินเพื่อเตรียมไว้สำหรับการใช้จ่ายในช่วงวัยเกษียณเป็นสิ่งที่สำคัญต่อผู้คนในช่วงวัยทำงาน แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ การประหยัดภาษีเงินได้ เพราะจะทำให้เหลือเงินเพิ่มมากขึ้นในการออมเงินและการลงทุนนั่นเอง การใช้เทคนิคประหยัดภาษีเพื่อเพิ่มผลตอบแทนในการลงทุนจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจมาก โดยกองทุน SSF (Super Savings Funds) หรือกองทุนเพื่อการออม เป็นกองทุนที่ให้สิทธิผู้ลงทุนสามารถนำเงินที่ซื้อหน่วยลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้แบบปีต่อปี แต่ทั้งนี้ก็ยังมีเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ซึ่งผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจก่อนเลือกลงทุน และไม่ต้องไปทำความเข้าใจที่ไหน เราได้สรุปมาให้เข้าใจอย่างง่าย ๆ พร้อมเทคนิคที่จะช่วยให้คุณประหยัดภาษีได้สุดคุ้ม และนอกจากกองทุน SSF แล้ว ยังมีกองทุนประหยัดภาษีอื่น ๆ ที่น่าสนใจ มาแนะนำให้ด้วยเช่นเดียวกัน
เงื่อนไขสำคัญของกองทุน SSF ที่สามารถช่วยคุณประหยัดภาษีได้
สำหรับบุคคลผู้มีเงินได้ จำเป็นต้องมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ในทุก ๆ ปี ดังนั้นหนึ่งสิ่งที่คนทำงานควรให้ความสนใจก็คือ การวางแผนการลดหย่อนภาษีในแต่ละปีภาษี เพราะยิ่งประหยัดภาษีได้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเหลือเงินสำหรับการออมและการลงทุนมากเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในกองทุนรวมที่สามารถนำไปขอลดหย่อนภาษีได้ก็คือกองทุน SSF
กองทุน SSF เป็นกองทุนรวมเพื่อการออมที่มีนโยบายการลงทุนระยะยาว ไม่มีการบังคับให้ผู้ลงทุนต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปีแต่อย่างใด เงื่อนไขสำคัญคือ
1. หลังจากมีการลงทุนแล้วจะต้องมีการถือครองกองทุนไม่ต่ำกว่า 10 ปี
2. ผู้ลงทุนสามารถนำเงินที่ลงทุนไปขอลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ สูงสุดต้องไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับการออมและกองทุนเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ จะต้องไม่เกิน 500,000 บาทด้วย
3. ปัจจุบันผู้ที่ลงทุนในกองทุนนี้จะสามารถขอลดหย่อนภาษีได้ถึงปี 2567
5 เทคนิคประหยัดภาษีด้วย SSF
1. ลงทุน SSF พร้อมการแบ่งเงินเข้าเงินสำรองฉุกเฉิน การตั้งงบประมาณการลงทุนใน SSF ในแต่ละเดือน และแบ่งส่วนหนึ่งไว้เป็นเงินสำรองฉุกเฉิน อาจจะเลือกใส่ไว้ในบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงก็ได้ เป็นวิธีที่ช่วยให้คุณมีเงินสำรองโดยไม่ต้องถอนการลงทุนจาก SSF ก่อนครบกำหนด 10 ปี ซึ่งยังช่วยรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีไว้ได้ครบถ้วน
2. เลือกกองทุน SSF ที่มีธีมการลงทุนเฉพาะ การเลือกกองทุนที่มีธีมการลงทุนเฉพาะ เช่น กองทุนเทคโนโลยี กองทุนสุขภาพ หรือกองทุนพลังงานสะอาด ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดภาษี แต่ยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีจากเทรนด์ของตลาด นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับการลงทุนด้วย
3. ใช้เทคนิค “Dollar-Cost Averaging” การใช้เทคนิค Dollar-Cost Averaging (DCA) หรือการลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุน โดยกำหนดให้ลงทุนเพิ่มเป็นประจำทุกเดือน จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดได้ โดยเฉพาะกับการลงทุนระยะยาว มักจะมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดีด้วย
4. เติมพอร์ตเพิ่มในช่วงตลาดขาลง การลงทุนใน SSF ในช่วงเศรษฐกิจขาลง อาจเป็นโอกาสในการซื้อหน่วยลงทุนในราคาที่ต่ำ และจะได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว อย่าลืมทำการวิเคราะห์และศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวน เพื่อให้การตัดสินใจลงทุนทำได้ในจังหวะที่ถูกต้อง
5. ติดตามการลงทุนอย่างใกล้ชิดด้วยแอปพลิเคชัน การใช้แอปพลิเคชันของบลจ. เพื่อติดตามและจัดการการลงทุนอย่างใกล้ชิด ช่วยให้สามารถตรวจสอบผลตอบแทนและปรับแผนการลงทุนได้ทันทีตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
แนะนำกองทุนประหยัดภาษีอื่น ๆ นอกเหนือจากกองทุน SSF
นอกจากกองทุน SSF ที่สามารถนำมาขอลดหย่อนภาษีได้แล้วนั้น สำหรับคนทำงานที่มีรายได้สูง และอยากประหยัดภาษีแบบสูงสุด ยังสามารถลงทุนในกองทุนประหยัดภาษีอื่น ๆ เพิ่มได้ด้วย
1. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund : RMF)
กองทุน RMF ส่งเสริมให้เกิดการออมเงินระยะยาว เพื่อเอาไว้ใช้ในยามเกษียณ สามารถนำเงินที่ลงทุนไปขอลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ และต้องไม่เกิน 500,000 บาท ซึ่งต้องรวมกับการออมและกองทุนเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ ด้วย เมื่อลงทุนแล้วจะต้องลงทุนต่อเนื่อง 5 ปี โดยสามารถลงทุนแบบปีเว้นปีได้ และต้องถือครองจนถึงอายุครบ 55 ปี จึงจะขายคืนได้แบบไม่ผิดเงื่อนไข
2. กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG)
กองทุน Thai ESG จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีช่องทางในการออมเงิน โดยเน้นไปที่การลงทุนในสินทรัพย์ของบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน สามารถนำเงินที่ลงทุนไปขอลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ และต้องไม่เกิน 100,000 บาท เมื่อลงทุนแล้วจะต้องถือครองอย่างน้อย 8 ปี โดยไม่มีเงื่อนไขให้ต้องลงทุนเพิ่ม สำหรับใครที่กำลังมองหาช่องทางการลงทุนเพื่อทำให้เงินงอกเงย เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนเกษียณ และต้องการวางแผนภาษีเพื่อประหยัดภาษีด้วย สามารถเลือกลงทุนได้ในกองทุนรวมประหยัดภาษีได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกองทุน SSF กองทุน RMF หรือกองทุน Thai ESG อย่าลืมทำตามเงื่อนไขของกองทุนต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่พึงได้รับอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
